นำวัฒนธรรมองค์กรอย่างไรให้เกิดขึ้นจริง

นำวัฒนธรรมองค์กรอย่างไรให้เกิดขึ้นจริง

“การออกแบบระบบและกระบวนการให้เข้าไปอยู่ในการทำงาน จะช่วยสร้างให้เกิดวัฒนธรรมได้จริง” จากคู่มือของผู้บริหาร Gartner


การที่ผู้นำทำแค่เพียงสื่อสารเรื่องวัฒนธรรมองค์กร ยังไม่เพียงพอต่อการสร้างวัฒนธรรมให้เกิดขึ้นจริง เนื่องจาก impact ที่ได้รับจากการแค่สื่อสารสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้แค่เพียง 1% และ impact จากการทำเป็นตัวอย่างสามารถสร้าง impact ได้แค่เพียง 5% ดังนั้นผู้นำจึงต้องพยายามสร้าง impact ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมให้มากที่สุด


และ 3 องค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างความแตกต่างให้กับผู้นำที่นำการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรจนสำเร็จคือ:


1. Workforce – Culture Alignment


เข้าใจความสำคัญของความสอดคล้องระหว่างกำลังคน และ วัฒนธรรมองค์กรที่อยากให้เป็น คุณจะต้องศึกษาและพัฒนา Gap ของคนในการสร้างวัฒนธรรมที่อยากให้เป็น ● Knowledge Gap: ความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรใหม่ ซึ่งหลายองค์กรมักจะพบว่า พนักงานถึง 69% ขาดความเข้าใจในแนวทางของวัฒนธรรมใหม่ที่องค์กรอยากให้เป็น
● Mindset Gap: ความเชื่อมั่นในวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งหลายองค์กรมักจะพบว่า พนักงานถึง 87% ไม่เชื่อว่าวัฒนธรรมองค์กรจำเป็นต่อสิ่งที่พวกเขาทำ
● Behave Gap: พฤติกรรมการแสดงออกในรูปแบบวัฒนธรรมใหม่ ซึ่งหลายองค์กรมักจะพบว่า พนักงานถึง 90% ไม่แสดงพฤติกรรมตามที่องค์กรต้องการ
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงจะต้องมองทั้ง 3 มุมมอง ไม่ใช่มอง gap ส่วนใดส่วนหนึ่ง พูดง่ายๆก็คือ หากมี Gap ส่วนหนึ่งที่ไม่เกิดการพัฒนา จะส่งผลให้เกิด “ZERO IMPROVEMENT” ในการสร้างความสอดคล้องของกำลังคนและวัฒนธรรมที่อยากให้เป็น
.


2. Move beyond role-modeling:


ทำให้มากกว่าการเป็นแบบอย่าง ปลูกฝังวัฒนธรรมที่ต้องการเข้าไปในการดำเนินงานจนเกิด Impact (Operate for Impact) ผู้นำจะต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงที่ Context (สามารถอ่านบทความ เทคนิคติดจรวดสร้างการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรองค์กรได้ เพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.brightsidepeople.com/เทคนิคติดจรวดสร้างการเ/)คือ สร้างระบบและกระบวนการทำงาน รวมถึงการสนับสนุนผู้นำในแผนกหรือหน่วยงานต่างๆ พร้อมกับการสนับสนุนด้านงบประมาณและทรัพยากร และนโยบายต่างๆ มากกว่าที่จะทำแค่เพียงสื่อสารหรือการแสดงพฤติกรรมให้เห็น
และเสริมทักษะที่จำเป็นต่อผู้นำ คือ “ทักษะการนำการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งในกลุ่ม Top Management มองว่าทักษะนี้เป็นทักษะที่จำเป็นที่สุดที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ (สามารถอ่านบทความ ทักษะผู้นำในการนำการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมได้ที่นี่ : https://www.brightsidepeople.com/3469-2/ )
.


3. Resolve Cultural Tension:


ช่วยพนักงานแก้ไขความตึงเครียดทางด้านวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นเมื่อองค์กรมีการพัฒนา เติบโต หรือเงื่อนไขทางด้านธุรกิจเปลี่ยนไป เช่น
● การต้องปรับเปลี่ยนให้เกิดตามลำดับความสำคัญของกลยุทธ์ให้เกิดความสอดคล้องเพื่อที่จะผลักดันธุรกิจ
● ความแตกต่างในตลาดและอุตสาหกรรมทำให้เกิดวิถีปฏิบัติที่แตกต่างกัน
● ผู้ถือผลประโยชน์ร่วมต้องการผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
● การเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้ต้องจัดลำดับความสำคัญในองค์กรใหม่
● หน่วยงานให้ความสำคัญแตกต่างจากหน่วยงานอื่นๆในองค์กร
77% ของพนักงานเกิดสภาวะเครียดจากวัฒนธรรมองค์กรในที่ทำงาน เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร


ดังนั้น สถานการณ์เหล่านี้ ควรจะถูกจัดการโดยการให้แนวทางที่ชัดเจนกับพนักงานว่าอะไรคือสิ่งที่คุณให้ค่ามากที่สุด หรือกำหนดเงื่อนไขที่ทำให้ประสบความสำเร็จ และไม่ควรทำให้เกิดภาวะเครียดโดยที่ไม่เจตนา
.


A Cup of Culture
———–
#วัฒนธรรมองค์กร
#corporateculture
#culture..

.
.
>>>>


ที่มาจาก :
https://emtemp.gcom.cloud/ngw/globalassets/en/insights/executive-guidance/eg-2018-culture-in-action.pdf

Culture Change: Senior Leaders Must Lead The Way

Five Steps for Managing Culture Change

Share to
Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn