Culture eats strategy for breakfast

วลีสุดคลาสสิคของท่าน Peter Drucker ผู้ซึ่งเป็นทั้งนักเขียนและที่ปรึกษาด้านการจัดการคนสำคัญในแวดวงธุรกิจ วลีนี้หากแปลตรงตัวก็คือ “วัฒนธรรม กินกลยุทธ์ เป็นอาหารเช้า” หากเราตีความหมายของวลีนี้ดี ๆ ท่านกำลังสื่อว่า “ไม่ว่ากลยุทธ์จะคิดออกมาดีเพียงใด หากคุณไม่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดีมาสนับสนุน กลยุทธ์นั้นก็จะไม่เกิดผล

.
A Cup of Culture ขอเทียบเคียงวลีนี้เข้ากับสถานการณ์ของบริษัทหนึ่งในยุคปัจจุบัน นั้นคือ บริษัท Uber
ช่วงเดือนพฤษภาคม 2019 ที่ผ่านมา บริษัท Uber ได้ตัดสินใจเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ นักวิเคราะห์คาดการณ์กันว่า ราคาเปิดตัวน่าจะสูงถึง 50 USD แต่ผลปรากฏว่าราคาอยู่ที่ 37 USD และหลังจากนั้นราคาก็ลุ่มๆดอนๆมาตลอด บริษัท Uber ที่ซึ่งเคยถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ อยู่ในระดับแนวหน้าเฉกเช่น Google หรือ Facebook
.

.
เราได้ลองค้นหาข้อมูลเพิ่ม และพบสิ่งที่น่าสนใจคือ มีวิเคราะห์หลายรายออกมาฟันธงว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เป็นผลมาจาก “วัฒนธรรมองค์กร”ต้องยอมรับว่าข่าวสารเกี่ยวกับ Uber ในช่วงที่ผ่านมาไม่ค่อยดีนัก มีข่าวฉาวด้านบุคลากรและภาพลักษณ์ขององค์กรมากมาย

.
ไม่ว่าจะเป็น อดีตวิศวกรซอฟต์แวร์หญิงของ Uber ที่ออกมาเปิดเผยว่า เธอเคยถูกหัวหน้างานล่วงละเมิดทางเพศหรือการที่สื่อใหญ่อย่าง New York Times ออกมาตีแผ่เรื่องพนักงานหลายคนใน Uber ใช้สารเสพติดรวมถึงคลิปวิดีโอที่ CEO บริษัท Uber กำลังโต้เถียงกับผู้ขับ Uber เรื่องรายได้จากบริการที่ลดลงและมีคำพูดที่ดูหมิ่นเหยียดหยามกันอย่างรุนแรง เป็นต้น
.

คลิปวิดีโอ CEO ของบริษัท Uber โต้เถียงกับผู้ขับ Uber

.
นักวิเคราะห์หลายสำนักให้ความเห็นว่า เป็นเพราะ Uber ไม่มีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงให้ยึดโยงและผู้บริหารก็ไม่ได้ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีนักให้กับพนักงาน จึงส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพราะพวกเขาไม่แน่ใจว่าบรรยากาศการทำงานแบบนี้ จะทำให้แผนธุรกิจประสบความสำเร็จได้จริงหรือเปล่าและยังส่งผลไปถึงคนเก่ง ๆ ที่ลังเลที่จะเข้ามาร่วมงานเมื่อได้ยินข่าวพวกนี้

.

เหล่านี่กำลังสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า องค์กรที่มีแผนกลยุทธ์ที่ดี มีไอเดียแปลกใหม่ มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่หากขาดเรื่องการบริหารคน ขาดวัฒนธรรมองค์กรที่ดีที่จะไปสนับสนุนแผนกลยุทธ์เหล่านั้น กลยุทธ์ที่มีก็ไม่เกิดผล


.
.
……
เปรียบเทียบกับบริษัท Google ที่ในยุคเริ่มต้นอาจไม่ใช่องค์กรที่มีแผนกลยุทธ์ชัดเจนนัก แค่กำหนด strategic foundation พื้นฐานไว้ แต่เขามีรูปแบบของวัฒนธรรมองค์กรที่ชัดเจน เช่น “focus on the user and all else will follow” คือ การสร้างวัฒนธรรม ให้พนักงานทุกคนพุ่งความสนใจ ไปที่ความต้องการของยูสเซอร์โดยปราศจากอคติ และพร้อมจะให้บริการที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แก่พวกเขา แล้วผลลัพธ์ทางธุรกิจจะตามมาเอง
.


.

หรือจะเป็นส่วนที่เกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมองค์กรของตนเอง โดยใช้คำว่า “don’t be evil” ถ้าแปลตรง ๆ คือ “อย่าทำตัวเป็นคนไม่ดี” มีความหมายว่า พนักงานของ Google จะทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ซึ่งทุกคนจะมีสามัญสำนึกอยู่แล้วโดยไม่ต้องบอกกันว่าอะไรดี อะไรไม่ดี ถ้าอะไรไม่ถูกต้อง ก็อย่าไปทำมัน ดังนั้น พนักงานของกูเกิ้ลทุกคนจะมีเข็มทิศนำทางของพวกเขา

.

นี่แสดงให้เห็นว่าการมีวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งจะสามารถนำพาคนในองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ และในทางตรงกันข้ามกัน ไม่ว่าแผนธุรกิจหรือกลยุทธ์จะดีแค่ไหน ถ้าวัฒนธรรมองค์กรไม่สอดคล้อง ก็อาจทำให้ไปได้ไม่ถึงฝันเช่นกัน


.
…..
ในครั้งหน้า A Cup Of Culture จะพาทุกคนไปรู้จักกับบริษัทที่ถือได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมองค์กรของโลกเลย จะเป็นบริษัทไหน ติดตามกันได้เลย ท้ายสุดนี้… “ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม วัฒนธรรมองค์กรจะเกิดขึ้นอยู่ดี ทำไมเราไม่มาสร้างวัฒนธรรมองค์กรในแบบที่เราอย่างเห็นกันละ”

.
……
A Cup Of Culture

Share to
Facebook
Twitter
LinkedIn
Search

The Value Compass full report is ready for download. Thank for interesting in our free tools.

The Value Compass full report is ready for download. Thank for interesting in our free tools.

Search