Top 7 Best practices ในการสร้างกลยุทธ์ L&D

ในปี 2020 กลุ่มคนที่อายุมากที่สุดของ Gen-Zers จะอายุครบ 25 ปี ซึ่งจะมีคุณสมบัติพอดีที่จะเข้าทำงานที่แรก ในขณะที่กลุ่ม Baby Boomer ก็กำลังก้าวสู่วัย 60 หรือบางคนอาจจะเกษียณไปแล้ว เมื่อสองช่วงวัยอยู่ในองค์กรเดี๋ยวกัน แน่นอนว่าความต้องการในการเรียนรู้ย่อมต่างกันแน่นอน…
.
และผลสำรวจจาก Deloitte พบว่าองค์กร 90% มีการออกแบบงานใหม่ และตลาดแรงงานก็มีความตื่นตัวขึ้น ทำให้พนักงานอยากมีส่วนร่วมกับการพัฒนาองค์กรและอยากเติบโตไปกับองค์กรมากขึ้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้ Deloitte พบว่า 86% ขององค์กร เริ่มปรับปรุงส่วนงาน L&D มากขึ้น พนักงานมากกว่าครึ่งต้องการฝึกฝนและเพิ่มทักษะ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในงานของพวกเขาในอนาคตที่กำลังมาถึง
.
.
และนี่คือ 7 Best Practices ที่ควรคำนึงเสมอเมื่อต้องสร้างกลยุทธ์ในการทำ Learning & Development
.


📌 1. ดูความต้องการของคนทุกกลุ่มวัย


องค์กรจะต้องสร้างระบบติดตามการเรียนรู้ (Tracking Learning) เพื่อสร้างความแตกต่าง และหา Best Practice ในการเรียนรู้ของคนแต่ละวัย กลยุทธ์สลับกันให้คำปรึกษาระหว่างกลุ่ม Milennials และ Gen-Zers ถือว่าน่าสนใจ โดยเฉพาะการเรียนรู้ทักษะด้าน Digital
.


📌 2. ประยุกต์ใช้การเรียนรู้ผ่านมือถือ


ในปี 2025 การเรียนรู้ผ่านมือถือจะโตมากถึง 42 พันล้านเหรียญ อัตราการเติบโตสูงถึง 18.5% การเรียนรู้ผ่านมือถือช่วยเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ของพนักงานถึง 70% ทำให้พนักงานสามารถแก้ไขปัญหาหน้างานเพียงแค่เข้าระบบ LMS ผ่านมือถือของพวกเขา ซึ่งการเรียนรู้ผ่านมือถือเปิดโอกาสเพิ่มการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทั้งยังมีความยืดหยุ่น เรียนรู้ที่ไหน เวลาใดก็ได้ หรือแม้แต่จะเป็นเวลาว่างๆ อย่างนั่งรอเครื่องบิน รอรถติด
.


📌 3. ใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับแต่งประสบการณ์การเรียนรู้ส่วนบุคคล


องค์กรต้องศึกษาว่าจะนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้ส่วนบุคคลได้อย่างไรเพื่อให้ตรงกับเป้าหมายทางธุรกิจ และสนองความต้องการส่วนบุคคลได้

“The traditional, one-size-fits-all approach to L&D will no longer cut it in the new work environment.”

การออกแบบการเรียนรู้ 1 อย่าง เพื่อให้เหมาะกับคนทุกคนไม่สามารถใช้ได้ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน เทคโนโลยีสามารถช่วยให้เกิดระบบการเรียนรู้แบบอัตโนมัติ การไตร่ตรองและการเรียนรู้แบบโต้ตอบสองทาง การทำแบบสำรวจเพื่อทำความเข้าใจความแตกต่างในบุคลิกลักษณะของพนักงาน (Employee Persona) และความต้องการในการเรียนรู้ที่หลากหลายของพวกเขา
.


📌 4. ป้องกันการล่วงละเมิดและการเลือกปฏิบัติ


การให้ความสำคัญในการป้องกันการเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิดในที่ทำงาน จะช่วยเสริมประสบการณ์การทำงานของพนักงานและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่ง เช่น คณะกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชนในนครนิวยอร์กได้มอบหมายให้องค์กรเฉพาะ ดำเนินการฝึกอบรมการต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศ

คุณสามารถสร้างการฝึกอบรมที่ช่วยขจัดอคติไร้สำนึกต่าง ๆ แก้ปัญหาที่ต้นตอ ซึ่ง Virtual Reality (VR) เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยตรงนี้ได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ว่าการตกเป็นเหยื่อของการถูกล่วงละเมิด การเลือกปฏิบัติหรือเป็นสักขีพยานเป็นอย่างไร
.

📌5. ผนวกฝ่าย L&D เข้ากับทีม HR ใหญ่


องค์กรขนาดใหญ่หลายองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 1,000 คน บางที่จะแยกแผนก L&D ให้เป็นอิสระออกจากแผนก HR ซึ่งทำให้เกิดการแยกงานใครงานมัน และไม่ค่อยมีการประสานงานระหว่างทั้งสองภาคส่วน ซึ่งทำให้คุณอาจไม่เห็นว่า L&D Program มีผลต่อการพัฒนาคนของคุณ หรือส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร

ดังนั้นจึงควรรวมแผนก L&D ให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนก HR ซึ่งการตัดสินใจอาจให้ร่วมกันตัดสินใจระหว่าง Chief Learning officer และ Chiet Human Resource Officer
.


📌6. ใช้ L&D เป็นเครื่องมือในการวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง


ในปี 2020 จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กลุ่ม Baby Boomer หลายท่านจะเกษียณในปีนี้ซึ่งส่งผลต่อผู้นำระดับสูงทั่วโลก HR ต้องเร่งลงมือทำแผนสืบทอดตำแหน่ง วางกลยุทธ์ในการพัฒนาการเรียนรู้เพื่อเสริมทักษะผู้นำให้กับพนักงานที่มีความสามารถ

การโค้ชแบบ one-on-one และพัฒนา Soft skills เหมาะที่จะใช้ในโปรแกรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่ง พนักงานที่ถูกมอบหมายให้เป็นพี่เลี้ยงหรือที่ปรึกษาจะต้องมีทักษะอย่าง การตัดสินใจในเชิงกลยุทธ์, การตอบสนอง, การเข้าใจ และการบริหารความขัดแย้ง
.


📌7. ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง


การออกแบบ Personalized Learning
อย่างการทำให้การเรียนรู้เข้าไปอยู่ในงานแต่ละวัน เพื่อไม่ต้องให้พนักงานแบ่งเวลามาเพื่อมาเรียน และฝึกฝนให้นำไปพัฒนางานปัจจุบันให้ดีขึ้น ออกแบบทักษะที่สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ หรือทักษะใหม่ที่จะเติบโตในองค์กร หรือทักษะของผู้นำ จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพิ่มอัตราการมีส่วนร่วม และหลีกเลี่ยงการลืมได้

A Cup of Culture
.
>
>

.
.
>
>

ที่มาจาก https://www.forbes.com/sites/forbeshumanresourcescouncil/2020/03/25/the-future-of-learning-top-five-trends-for-2020/#3a3337716cd3
https://hr.toolbox.com/articles/what-is-learning-and-development-objectives-strategy
https://elearningindustry.com/elearning-trends-in-2020

https://www.techrepublic.com/article/why-vr-training-may-be-the-future-of-sexual-harassment-prevention-in-the-workplace/

Share to
Related Posts:
Search

ORG Culture Canvas full report is ready for download. Thank for interesting in our free tools.

The Value Compass full report is ready for download. Thank for interesting in our free tools.

The Value Compass full report is ready for download. Thank for interesting in our free tools.

Search