เตรียมองค์กรของท่านให้พร้อมก่อนที่ความเปลี่ยนแปลงจะมาถึง!

ตลอดสองปีที่ผ่านมาเป็นเหมือนสิ่งที่ช่วยเตือนสติให้ทุก ๆ คนเห็นภาพของความจำเป็นในการปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับสิ่งที่คิดไม่ถึง แต่เดี๋ยวก่อน! นี่อาจเป็นเพียงแค่การอบอุ่นเครื่องเท่านั้น เพราะไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะมีวิกฤติ หรือความเปลี่ยนแปลงใหญ่ ๆ อะไรเข้ามาอีกบ้าง⁣

เมื่อเราพูดถึงอนาคต สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนรู้กันคือมันเป็นสิ่งที่ไม่มั่นคง และไม่แน่นอน และความแน่นอนอย่างหนึ่งคือมันจะยิ่งเป็นอย่างนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในด้านของชีวิตส่วนตัว และในด้านขององค์กรที่แค่ปัจจุบันก็มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่การโดน Disrupt, Digital transformation แล้วตอนนี้ก็มี the Great Resignation หรือสังคมเองก็มีในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของโลก เศรษฐกิจ หรือการเมืองต่าง ๆ และความไม่แน่นอนทั้งหมดนี้ต่างก็ส่งผลต่อกันแและกันไม่มากก็น้อย⁣

การพยายามคาดเดาว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นโดยพิจารณาปัจจัยทั้งหมดนี้ให้ได้นั้นเป็นเรื่องที่อาจจะเรียกได้ว่าเปล่าประโยชน์ เพราะมันไม่ต่างจากการดูดวงสักเท่าไหร่นัก แต่สิ่งที่องค์กรสามารถทำได้คือการสร้างความพร้อมในการที่จะรับมือกับรูปแบบความเป็นไปได้ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นให้ได้เยอะที่สุด เพราะเวลาที่เหมาะที่สุดที่จะเตรียมความพร้อมไม่ใช่เมื่อเวลาที่ความเปลี่ยนแปลงมันมาถึง แต่ควรเป็นช่วงก่อนที่มันจะมา เพราะเมื่อความเปลี่ยนแปลงมาถึงแล้วมันมักจะมาพร้อมกับความวุ่นวายถ้าหากเราไม่พร้อม ทั้งการที่ต้องรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นตรงหน้า และเป็นการยากขึ้นที่จะมองเห็นทิศทางภาพใหญ่ขององค์กรเมื่อเรากำลังต้องง่วนอยู่กับการก้มหน้ามองทางไม่ให้สะดุดล้ม ซึ่งจะนำมาซึ่งความเสี่ยง และปัญหาแทรกซ้อนอีกมากมาย ดังนั้นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะเตรียมพร้อมคนของเราคือช่วงเวลาที่คลื่นลมกำลังสงบก่อนที่พายุจะมาถึง ⁣

===================⁣

และนี่คือที่มาของวันนี้ที่ทางเราพบกับบทความที่น่าสนใจของ Havard Business Review ที่พูดถึง 4 ขั้นตอนที่ผู้นำสามารถทำได้เพื่อพาให้องค์กรเติบโตได้ดีท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง⁣

🚩 1. การประเมินความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง⁣

การประเมินความพร้อมขององค์กรในการก้าวเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบจะช่วยเป็นพื้นฐานต่อการปรับเปลี่ยนในอนาคตโดยขั้นตอนคร่าว ๆ ในการสำรวจตรงนี้ คือ ⁣
1) วิเคราะห์ข้อมูลในอดีตว่าเวลามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหน่วยงานในองค์กรที่มักจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะมันง่ายที่จะตีกรอบความเปลี่ยนแปลงเป็นส่วน ๆ ไป แต่นั่นทำให้เราพลาดที่จะมองเห็นความเชื่อมโยงที่ปัจจัยต่าง ๆ จะส่งผลซึ่งกันและกัน การวิเคราะห์ย้อนหลังอย่างน้อย 18 เดือนเพื่อลองหาดูว่ามีหน่วยงานไหนของเราบ้างที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าทีมอื่น เพื่อที่จะมองหาจุดเรียนรู้จากกันและกันได้⁣
2) หาว่าความเปลี่ยนแปลงแบบไหนที่ท้าทายที่สุด เพราะมนุษย์ชอบความเปลี่ยนแปลงที่เป็นคนเลือกเอง เช่น การเปลี่ยนงาน เปลี่ยนความสัมพันธ์ เปลี่ยนทรงผม และกลัวกับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การโดนไล่ออก การโดนทิ้ง หรือปัญหาสุขภาพ และสิ่งเหล่านี้มักจะเข้ามามีผลต่อการปรับตัวในโลกการทำงานเช่นกัน⁣
3) มองหาปัจจัยที่กำลังขัดขวางความเปลี่ยนแปลง โดยสาเหตุที่พบบ่อยได้แก่:⁣

  • ความเครียด หรือการ Burn out⁣
  • การขาดความไว้วางใจ⁣
  • วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ให้พื้นที่กับความผิดพลาด⁣

    🚩 2. เปลี่ยน Mindset ที่มีต่อความเปลี่ยนแปลง⁣


    กับดักหนึ่งที่ผู้บริหารมักพบเจอคือการที่มองว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นสิ่งที่จัดการได้ ควบคุมได้ และจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ในหัว แต่ในความเป็นจริงแล้วมันมักจะไม่เป็นเช่นนั้น และในฐานะผู้นำเราจะต้องปรับเปลี่ยนมุมมองนี้ก่อนที่จะคิดถึง Strategy⁣

    เพราะการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ในเวลาเดียวกัน จึงต้องการทั้งแผนที่ดี และมุมมองที่ดีด้วย และถ้าเรามองว่าทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนแปลงและปล่อยให้ตัวเองสบายใจที่จะเชื่ออย่างนั้น เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เข้ามา จะเล็กจะน้อย หรือแม้จะเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีก็ตามเราก็จะไม่ต้อนรับมัน⁣
    ตัวอย่างเช่น ⁣
    • Challenges = Opportunities⁣
    • Embrace your Weaknesses⁣
    • Focus on the Process⁣
    • Seeking Approval⁣

    🚩 3. แต่งตั้งผู้มีบทบาทหลักในการเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง⁣

    เราต่างรู้ความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ถ้าองค์กรจริงจังกับการสร้างความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงแล้วการมีคนที่มีบทบาทหลักในการเสริมความแข็งแกร่งให้องค์กรใดด้านนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยบทบาทหลักของคนคนนี้คือการทำงานแบบ cross-functional เพื่อให้ทั้งองค์กรพร้อมสำหรับอนาคตที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง และคุณลักษณะหลัก ๆ ของคนคนนี้คือ:⁣
  • ทำงานได้กว้างขวางทั้งในแนวราบ และแนวดิ่ง เพราะจะเป็นคนที่เชื่อมทั้งองค์กรเข้าด้วยกันเวลาที่มีความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เกิดขึ้น ⁣
  • มีความรับผิดชอบที่ชัด แต่ปรับเปลี่ยนได้ โดยความรับผิดชอบที่ชัดคือพาองค์กรให้พร้อมกับทุก ๆ ความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นบุคคลนี้จึงต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยน Scope การทำงานของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง⁣
  • ต้องชอบความเปลี่ยนแปลง เพราะคนนี้จะต้องมาเป็นผู้นำในการที่จะปลูกฝัง Mindset ที่ดีให้กับพนักงานคนอื่น ๆ และเป็นแบบอย่างให้ได้⁣

    🚩 4. ออกแบบวัฒนธรรมองค์กรที่พร้อมต่อทุกความเปลี่ยนแปลง⁣

    ในการที่องค์กรจะเติบโตได้ดีในโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงนี้ ถ้าจะพูดกว้าง ๆ มันคือการที่องค์กรจะต้องมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ การกระทำ ถ้าวัฒนธรรมองค์กรเราต้อนรับวิธีคิดแบบใหม่ ๆ ความคาดหวังใหม่ ๆ ในแบบที่ไม่กลัวกับมันไปทั้งองค์กร เราจะสามารถเรียนรู้จากความเปลี่ยนแปลง และค้นพบโอกาสใหม่ ๆ ได้อีกมากมาย⁣
    ตัวอย่างเช่น⁣
    • ชื่นชมและให้รางวัลพนักงานเมื่อพวกเขาสร้างวิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ และวิธีการใหม่ ⁣
    • ให้คุณค่าทางความคิดของทุกๆ คน ให้เท่ากับการบริหารองค์กร⁣
    • ให้อำนาจตัดสินใจมากขึ้นแก่พนักงานที่มีความรับผิดชอบและพึ่งพาตนเองได้ ⁣
    • กระตุ้นพนักงานผ่านการถาม: “อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ใน….?⁣


    A Cup of Culture⁣
    ———–⁣
    วัฒนธรรมองค์กร⁣
    corporate culture⁣
    organizational culture⁣

.
.
>>>

.
.
>>>

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://hbr.org/2021/09/a-futurists-guide-to-preparing-your-company-for-constant-change

.
.
>>>

Share to
Related Posts:
Search

ORG Culture Canvas full report is ready for download. Thank for interesting in our free tools.

The Value Compass full report is ready for download. Thank for interesting in our free tools.

The Value Compass full report is ready for download. Thank for interesting in our free tools.

Search