อิสระ 5 ระดับที่องค์กรให้กับพนักงานได้ (โดยเฉพาะในยุค Hybrid work)

คำว่า Autonomy เป็นคำที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในวงการธุรกิจ เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย รวมถึงข้อท้าทายในตัวเอง ทำให้เป็นเรื่องที่หลายองค์กรเลือกหยิบมาพูดคุยกันว่า… “ระดับของความมีอิสระแบบไหนที่พอดีกับบริบทของตัวเอง..?” “แต่ละระดับมีอะไรบ้าง..?” และ”ปัจจุบันองค์กรเราอยู่ระดับไหน..?”


พนักงานต้องการ Autonomy เสมอ เพราะคนเรามีแนวโน้มที่จะรักอิสระ แต่องค์กรนั้นมีแนวโน้มในการตรงกันข้าม เพราะเราไม่อาจแน่ใจได้ว่าพนักงานนั้นจะใช้อิสระของตัวเองไปในแนวทางที่ดีต่อองค์กรจริง ๆ นั่นทำให้โดยเฉพาะในยุค Hybrid ที่ทำให้หลาย ๆ องค์กรต้องปวดหัวเพราะความต้องการจากฝั่งพนักงานก็มากขึ้น ในขณะที่สถานการณ์ทำให้ยากขึ้นที่องค์กรจะติดตามการทำงานของพนักงานได้เมื่อตัวไม่ได้อยู่ด้วยกัน


เพื่อแก้ปัญหาว่า Autonomy สำหรับแต่ละองค์กรในการทำงานแบบ Hybrid ควรเป็นแบบไหน หรือเราจะสามารถเพิ่มลด Autonomy ในองค์กรของเราได้อย่างไรบ้าง เราชวนทุกท่านมารู้จักกับหลักการที่ CEO ของ WordPress คุณ Matt Mullenweg ใช้เป็นพื้นฐานให้ WordPress สามารถทำงานแบบ Remote Work อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องมามากกว่า 10 ปี โดยหลักการนี้มีชื่อว่า “5 Levels of Autonomous Organization”


Level 1: ยังไม่ได้ทำอะไรจริงจัง


เป็นระดับที่องค์กรส่วนใหญ่จะอยู่ในขั้นนี้ (ประมาณ 98% ของโลก) โดยเฉพาะในช่วงก่อนโควิด และองค์กรที่อยู่ในระดับนี้ส่วนใหญ่แล้วรับมือกับวิกฤติโควิดมาได้อย่างยากลำบาก


โดยคุณ Mullenweg อธิบายว่าในระดับนี้พนักงานจะยังสามารถทำงานได้ในสภาวะฉุกเฉินที่ทำให้เขาออฟฟิศไม่ได้ พวกเขาจะยังทำงานที่เกี่ยวกับการประชุม หรือการติดต่อสื่อสารได้อยู่ แต่จะชะงักกับงานที่ต้องอาศัยสมาธิ และมีความซับซ้อนมากกว่าการประชุม


Level 2: พยายามทำเหมือนเดิมแต่เป็นออนไลน์


เป็นขั้นที่เมื่อเกิดโควิดขึ้นแล้วหลาย ๆ องค์กรที่กำลังปรับตัวจะย้ายมาอยู่ขั้นนี้กัน Level 2 คือช่วงที่องค์กรเริ่มมีเครื่องมือในการทำงานแบบห่างไกลเช่น Zoom หรือ Slack เพื่อให้สมาชิกยังสามารถทำงานไปพร้อม ๆ กันได้


นอกจากนั้นแล้วขั้นนี้ยังเป็นระดับที่องค์กรพยายามหาทางที่จะสอดส่อง และติดตามผลการทำงานของพนักงานด้วยวิธีออนไลน์ให้ได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่เป็นผล หรือส่งผลเสียมากกว่า โดยคุณ Mullenweg แนะนำว่าอย่าอยู่ขั้นนี้นาน และถ้ากลับไประดับ 1 ไม่ได้ ก็ให้กัดฟันแล้วพยายามพาองค์กรไประดับ 3 ขั้นไปให้ได้จะดีกว่า


Level 3: เริ่มใช้ประโยชน์จากความออนไลน์


ขั้นนี้คือขั้นที่องค์กรเริ่มมองเห็นประโยชน์ของการทำงานแบบห่างไกลกัน เช่น การประชุมออนไลน์ทำให้ทุกคนมองไปที่เอกสารชิ้นเดียวกันไปพร้อม ๆ กัน ไม่เหมือนในห้องประชุมที่ต่างคนต่างเปิด


ขั้นนี้เป็นขั้นที่องค์กรจะเริ่มสนับสนุนการปรับปรุงอุปกรณ์การสื่อสาร เช่น การเพิ่มความเร็วอินเตอร์เน็ตให้พนักงาน ส่งไมค์โครโฟนที่ดีขึ้นให้พนักงานใช้


นอกจากนั้นในขั้นนี้องค์กรควรที่จะเริ่มให้ความสำคัญกับการสื่อสารด้วยตัวอักษร และความสามารถให้การเขียนมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านของความชัดเจน และความกระชับในการสื่อสารจะเริ่มเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การทำงานแบบออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้น และประหยัดเวลาไปได้มหาศาล เมื่อการประชุมหลาย ๆ ครั้งสามารถถูกทดแทนได้ด้วย E-mail


Level 4: Asynchronous Work


ระดับที่ 4 นี้คือขั้นที่การทำงานทางไกลจะเริ่มได้รับอิสระมากขึ้น และเกิดการทำงานแบบ Asynchronous หรือการทำงานที่ต่างคนต่างทำกันคนละเวลาได้มากขึ้น เพราะมีความไว้วางใจกันมากขึ้น และการทำงานจะถูกมองไปยังผลงานเป็นหลักแล้ว มากกว่าการถูกประเมินจากวิธีการทำงาน และเวลาที่ทำ


ในการทำงานแบบ Asynchronous นี้ยังช่วยเปิดโอกาสให้พนักงาน Introverts ได้มีส่วนร่วมกับบทสนทนาต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นผ่านการคอมเม้นต์แบบ Asynchronous เช่น โน้ต slack หรือ e-mail และยังทำให้กระบวนการตัดสินใจโดยรวมขององค์กรดีขึ้น เพราะต่างคนต่างมีเวลาพิจารณารายละเอียดมากขึ้น แตกต่างจากการประชุมเพื่อตัดสินใจที่ทุกคนต้องคิดให้เสร็จ ณ เวลานั้นเลย


นอกจากนั้นแล้วโบนัสสำคัญของขั้นนี้คือองค์กรจะสามารถทำงานร่วมกับพนักงานได้จากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะนอกเหนือจากรูปแบบการทำงานที่กลายเป็นไร้พรมแดนแล้ว Asynchronous work ก็เหมือนกับการเปิดโอกาสให้ทำงานได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ Timezone ไหนก็ตาม


Level 5: จุดสูงสุด


ขั้นสุดท้ายนี้คือขั้นที่การทำงานแบบทางไกลกลายเป็นมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำงานแบบเจอหน้ากันจะทำได้ คือจุดที่ทุก ๆ คนในองค์กรทำงานได้เต็มที่ที่สุด


ในขั้นนี้ตัวแปรสำคัญคือการที่พนักงานของเราได้รับโอกาสในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานในแบบที่เหมาะกับตัวเองรวมถึงใส่กิจกรรมบางอย่างที่เป็นตัวเองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานที่ปกติในออฟฟิศแล้วทำไม่ได้ เช่น ออกกำลังกายทุก ๆ 1 ชั่วโมง กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้พนักงานได้เป็นตัวเองในแบบที่พัฒนาได้มากขึ้นในทุก ๆ วัน และที่สำคัญได้ใช้ความ creative ของตัวเองอีกด้วย


::::::::::::::::::::::::

ทั้งหมดนี้คือ 5 ขั้นของการพัฒนาองค์กรไปสู่การทำงานแบบให้อิสระกับพนักงานได้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะในบริบทการทำงานแบบทางไกล จากโมเดลของการทำงานที่ WordPress ที่ประสบความสำเร็จในการทำงานทางไกลมาอย่างต่อเนื่องตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา


A Cup of Culture
———–
วัฒนธรรมองค์กร
Corporate culture
Organizational culture
.
.

Reference: https://www.outsourceaccelerator.com/articles/distributed-work-five-levels-of-autonomy/
Share to
Facebook
Twitter
LinkedIn
Search

The Value Compass full report is ready for download. Thank for interesting in our free tools.