สิ่งที่จะเปลี่ยนไปตลอดกาลหลังสถานการณ์ COVID-19

ย้อนกลับไปไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ หลายคนคงนึกไม่ออกเลยว่าถ้าเราจะต้อง Work from Home กันจริง ๆ  จะเป็นยังไง จนถึงวันนี้ หลายคนน่าจะพอคุ้นชินกับการ Work from Home กันบ้างแล้ว แม้ว่าหลาย ๆ สิ่งอาจจะยังไม่เข้ารูปเข้ารอย แต่เราก็ได้ยินข้อดีที่ได้ค้นพบเกี่ยวกับการ Work from Home อยู่มากมายเลยทีเดียว เช่น การประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้อย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อวัน การย้ายห้องประชุมได้ใน 1 คลิก  การค้นพบว่าการประชุมที่เคยใช้เวลาถึงครึ่งวันจริง ๆ แล้วเราสามารถหาข้อสรุปได้ภายใน 1 ชั่วโมง รวมถึงการได้เยี่ยมบ้านเพื่อนร่วมงานได้หลาย ๆ คนพร้อม ๆ กัน
.
.

จากเหตุการณ์นี้ เราจะเห็นได้ว่าคนเราสามารถปรับตัวได้รวดเร็วในเวลาที่คับขัน กรณี Work from Home เป็นเพียงแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ถ้ามาลองทบทวนดู COVID-19 ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตในหลาย ๆ ด้าน แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายไปซะทุกเรื่องแต่ก็ทำให้เราได้เห็นบางวิธีที่จริง ๆ แล้วอาจจะดีกว่า และแม้ต่อให้ COVID-19 ผ่านไปแล้ว สิ่งที่ได้เรียนรู้จากช่วงเวลานี้ก็อาจจะทำให้การใช้ชีวิตของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
.
.

A Cup of Culture ได้รวบรวมความเปลี่ยนแปลงที่จะอาจจะเกิดขึ้นในการทำงานในอนาคตดังนี้
.
.

1. บทบาทของการประชุมผ่าน VDO เนื่องจากการประชุมผ่าน VDO ที่ได้ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในช่วง Social Distancing สามารถปิดช่องว่างของการประชุมทางโทรศัพท์ และเติมเต็มการปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัวโดยการแสดงให้เห็นภาษากาย ในอนาคตการเดินทางเพื่อการประชุมอาจลดลง รวมถึงสามารถลดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมให้เหลือแต่เพียงผู้ที่มีบทบาทในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจ เนื่องจากสามารถบันทึกการประชุมสำหรับผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้
.
.

2. การใช้สำนักงานในการทำงาน ผลจากความสามารถในการประชุมผ่าน VDO และระบบเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการบริหารงานในช่วงนี้ อาจทำให้พบว่าจริง ๆ แล้วการเข้ามาทำงานในสำนักงานทุกวันอาจไม่จำเป็นอีกต่อไป โดยเฉพาะในบางลักษณะงานที่ค่อนข้างเป็นเอกเทศ เช่นการวิเคราะห์ การออกแบบ หรือการตรวจสอบข้อมูลเป็นต้น
.
.

3. การรักษาความปลอดภัยด้าน IT หรือ Cyber Covid-19 ทำให้หลาย ๆ องค์กรเห็นถึงความสำคัญในการเก็บรักษาข้อมูลให้พนักงานเข้าถึงได้จากทุกที่ในกรณีฉุกเฉิน แต่การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลยังเป็นประเด็นที่ต้องระวัง การวางแผนการพัฒนาหรือการลงทุนด้านการรักษาความปลอดภัยด้าน IT หรือ Cyber จึงอาจเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึง
.
.

4. สมรรถนะที่จำเป็นเพิ่มขึ้น แต่ละองค์กรมีวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างกัน แต่จากเหตุการณ์นี้ทำให้เราเห็นว่าสิ่งที่ทุก ๆ องค์กรและคนในองค์กรควรมีคือความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางวิกฤติ เช่นความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยน ความรวมรวดเร็วในการตอบสนอง การคิดริเริ่มสิ่งใหม่ การคำนึงถึงสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
.
.

5. การดูแลรักษาทรัพยากรบุคคล เพื่อสนับสนุนให้เกิดความสามารถในการปรับตัวที่รวดเร็ว องค์กรอาจต้องวางแผนทบทวนการดูแลรักษาทรัพยากรบุคคล ตั้งแต่การคัดสรร สนับสนุนทรัพยากร ทักษะ ที่จำเป็น การบริหารจัดการยามฉุกเฉิน ตลอดจนการดูแลด้านการป้องกันและรักษาสุขภาพที่เพิ่มขึ้น
.
.

“ไม่ใช่ผู้ที่มีภูมิปัญญาที่ดีที่สุด ไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งที่สุด แต่ผู้ที่ปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมได้คือผู้ที่จะอยู่รอด”

– Leon C. Megginson, Civilisation Past and Present, 1963

.
.
การเดินทางฝ่าวิกฤติในครี้งนี้ยังไม่จบสิ้น และนี่อาจจะไม่ใช่บทสรุปสุดท้าย แต่สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้คือการไม่ปล่อยให้วิกฤตินั้นเกิดขึ้นและผ่านไปอย่างสูญเปล่า   
.
.

A Cup of Culture

ที่มาของบทความ

https://www.linkedin.com/pulse/covid-19-forever-change-our-ways-working-hugh-ujhazy/

Share to
Facebook
Twitter
LinkedIn
Search

The Value Compass full report is ready for download. Thank for interesting in our free tools.

The Value Compass full report is ready for download. Thank for interesting in our free tools.

Search