จำเป็นมั้ย? ที่องค์กรต้องอบอุ่นเหมือนครอบครัว

ภาพของความเป็น “ครอบครัว” ที่มีความอบอุ่น ห่วงใยกัน และให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน เป็นภาพในอุดมคติของการทำงานของหลาย ๆ คน และอาจถูกเรียกว่านี่คือวัฒนธรรมที่น่าอิจฉา กลิ่นอาย home sweet home แบบนี้ยังคงหลงเหลืออยู่ในหลาย ๆ องค์กร ที่ผู้ก่อตั้งหรือผู้บริหารเป็นผู้สร้างบรรยากาศแบบนี้ขึ้นมาจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแต่แรกก็ตาม ในงานที่ปรึกษาของเราหลาย ๆ ครั้ง พบว่าองค์กรในประเทศไทยให้คุณค่ากับความผูกพัน มีการดูแลคนที่อยู่กับองค์กรมานาน มีการใช้คำพูดนับถือกันเป็นญาติ มีรูปแบบพี่น้องลุงป้าแบบสนิทใจ และมีการทำงานแบบถ่อยทีถ่อยอาศัยเกรงอกเกรงใจ บางองค์กรดูแลกันไปถึงรุ่นลูกหลานในการให้โอกาสเข้ามาทำงาน วิธีนี้ใช้ได้ดีเสมอมาในการสร้าง engagement กับพนักงานและรักษาคนให้อยู่กับองค์กรไปนานๆ
.

แต่ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันที่ถาโถม “การให้คุณค่าด้านผลงาน” เริ่มจะมีบทบาทสูงขึ้นเกินกว่ามิติด้านความสัมพันธ์มากขึ้นเรื่อยๆ  คนรุ่นใหม่เริ่มตั้งคำถามกับคำว่า “ความภักดีหรือภาพของความเป็นครอบครัวในองค์กร” จากงานวิจัยของ Deloitte ในปี 2016 พบว่าคนรุ่นใหม่คาดหวังการทำงานหลายๆที่มากกว่าจะอยู่ที่เดียวไปนานๆ อยากที่จะเติบโตในสายอาชีพแบบก้าวกระโดด ชอบงานที่มีคุณค่าและให้อิสระในเรื่องสถานที่ทำงาน ซึ่งแตกต่างจากคำว่าครอบครัวที่อบอุ่นอย่างสิ้นเชิง ภาพความสัมพันธ์ที่ยึดโยงกันเหนียวแน่นของเพื่อนร่วมงาน เริ่มเป็นไปแบบหลวม ๆ เสมือนเพื่อนที่สามารถ unfriend กันได้ง่ายๆใน social media
.

ในมุมของนายจ้าง Netflix เป็นองค์กรแรก ๆ ที่ออกมาพูดชัด ๆ ว่าไม่อินกับคำว่าครอบครัว ด้วยความเป็น Talent Density Culture ผู้ก่อตั้งเชื่อว่ารูปแบบที่เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความล้ำหน้าเสมอคือ วัฒนธรรมแบบทีมกีฬา เพราะองค์กรแบบครอบครัวจะไม่ไล่ลูก ๆ ออกจากบ้านแม้จะทำผิดรุนแรง (แม้บางครั้งอยากจะทำก็ตาม) แต่ระบบทีมกีฬาจะมุ่งมั่นหาคนเก่ง ๆ เข้ามาและเอาคนไม่ใช่ออกไป เพราะนี่เป็นทางเดียวที่จะรักษาสัดส่วนของคนเก่งในองค์กรให้มีอย่างเพียงพออยู่เสมอ // สอดคล้องกับ Jim Taylor อาจารย์ด้านจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก ที่สรุปผลจากงานวิจัยของเขาว่า วัฒนธรรมแบบทีมกีฬาเหมาะสมกับองค์กรที่ต้องการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
.

ในบทความ Stop Saying Your Company Is Like A Family ในเว็บไซด์ Forbes ได้พูดถึงลักษณะขององค์กร แบบทีมกีฬา ที่สามารถนำไปปรับใช้คือ

  • มีเป้าหมายที่ชัดเจน และเข้าใจอุปสรรคหรือศัตรูที่ต้องเผชิญ
  • มีบทบาทและหน้าที่ที่ชัดเจน ทุกคนรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร
  • มีความหลากหลาย ต่างคนจำเป็นมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน
  • รวมตัวกันอย่างมีวัตถุประสงค์ ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของทีม
  • มีวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ที่สะท้อนตัวผู้นำ สมาชิกในทีมและความปราถนา
    .

อย่างไรก็ตาม แม้คุณจะเลือกสร้างองค์กรในแบบทีมกีฬา แต่จุดแข็งบางด้านของความเป็นครอบครัวก็ยังจำเป็นอยู่เช่น การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี การรับฟังกันและกัน ความไว้วางใจ หรือแม้กระทั่งความเห็นอกเห็นใจ และนี่คือความท้าทายของผู้นำที่จะสามารถสร้างสมดุลย์เหล่านี้ให้เกิดขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างราบรื่น
.
.
A Cup of Culture

.

แหล่งบทความอ้างอิง
Stop Saying Your Company Is Like A Family by Denise Lee Yohn www.forbes.com
Build a Team Culture for Athletic Success by Jim Taylor Ph.D. www.psychologytoday.com/ Powerful by Patty Mccord

Share to
Facebook
Twitter
LinkedIn
Search

The Value Compass full report is ready for download. Thank for interesting in our free tools.